เส้นทางกาญจน์ครบรส กรุงเทพ – กาญจนบุรี – ทองผาภูมิ – สังขละบุรี

เส้นทางสายธรรมชาติและผู้คน ตลอดรายทางจะได้ชื่นชมธรรมชาติอันสวยงามแห่งขุนเขาและสายธาร ตลอดจนมิตรไมตรีของชาวมอญและชาวกระเหรี่ยง

อุทยานประวัติศาสตร์เมืองสิงค์ – เป็นโบราณสถานที่ได้รับอิทธิพลจากขอมอันมีอยู่เพียงแห่งเดียวทางภาคตะวันตกของประเทศไทย และตั้งอยู่ที่ตำบลสิงห์ อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี หลักฐานเก่าแก่ที่สุดที่พบที่ในบริเวณเมืองสิงห์นั้น ได้จากการขุดค้นบริเวณริมแม่น้ำแควน้อยนอกกำแพงเมืองด้านทิศใต้ หลักฐานดังกล่าวเป็นหลุมฝังศพมนุษย์และเครื่องมือเครื่องใช้ที่ฝังร่วมกับศพ อาทิเช่นภาชนะดินเผา แวดินเผา ภาชนะสำริด ขวานสำริด ทัพพีสำริด กำไลสำริด ลูกปัดหินอะเกตและคาร์นีเลียน กำไลหิน ลูกปัดแก้ว กำไลเปลือกหอย ฯลฯ หลักฐานเหล่านี้คล้ายคลึงกับที่พบที่บ้านดอนตราเพชร อำเภอพนมทวน จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งกำหนดอายุอยู่ในราวปลายยุคโลหะสมัยก่อนประวัติศาสตร์ มีอายุประมาณ ๒,๐๐๐ ปีมาแล้ว แสดงให้เห็นว่าบริเวณนี้มีคนเข้ามาทำกิจกรรมก่อนหน้าที่จะสร้างเมืองเป็นเวลานานนับพันปี แต่น่าเสียดาย ที่ไม่ปรากฏหลักฐานแสดงความต่อเนื่องทางวัฒนธรรมของบริเวณนี้จากสมัยก่อนประวัติศาสตร์มาสู่ยุคที่มีการสร้างเมือง

muang-sing-historical-park-monument-1

อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ – อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าห้วยเขย่งและป่าเขาช้างเผือก ในเขตท้องที่อำเภอทองผาภูมิ และอำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี เป็นพื้นที่ป่าที่อยู่ในระหว่างการดำเนินการประกาศจัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติ มีเนื้อที่ประมาณ 700,000 ไร่ หรือ 1,120 ตารางกิโลเมตร มีอาณาเขตติดต่อดังนี้ ทิศเหนือจดเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ทิศใต้จดอุทยานแห่งชาติไทรโยค ทิศตะวันออกจดอุทยานแห่งชาติเขาแหลม ทิศตะวันตกจดเขตแดนไทย-พม่า ส่วนอุทยานแห่งชาติ กรมป่าไม้ ได้นำเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติ เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2543 ซึ่งที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้ดำเนินการจัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติได้

E12918104-107

น้ำตกเกริงกระเวีย – เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่อยู่ริมถนนสายหลัก เส้นทองผาภูมิ-สังขละบุรี สามารถแวะได้ง่าย สะดวก เป็นน้ำตกที่มีความสวยงาม น้ำใส เหมาะสำหรับพักผ่อน เล่นน้ำ บริเวณน้ำตกมีร้านค้า ร้านขายของที่ระลึก และร้านอาหารอยู่หลายร้าน น้ำตกเกริงกระเวีย อยู่ในเขตพื้นที่ของอุทยานแห่งชาติเขาแหลม เป็นน้ำตกที่มีขนาดไม่ใหญ่มาก สูงประมาณ 5 เมตร มีน้ำไหลลดหลั่นกันมาตามโขดหินมายังแอ่งน้ำน้อยใหญ่ น้ำใส สามารถลงเล่นได้ ปลอดภัย เด็กๆ สามารถเล่นน้ำได้ มีน้ำไหลตลอดปี หน้าฝนน้ำจะค่อนข้างแรง สามารถแวะได้ง่าย ไม่ต้องเดินไกลเพราะอยู่ริมถนน คล้ายกับน้ำตกไทรโยคน้อย จอดรถก็ถืงตัวน้ำตกเลย เหมาะเป็นจุดพักรถ เข้าห้องน้ำ และรับประทานอาหาร

kroengkrawia-waterfall

วัดวังก์วิเวการาม – หรือที่เรียกกันโดยทั่วไปว่า “วัดหลวงพ่ออุตตมะ” นอกจากจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของอำเภอสังขละบุรีแล้ว ยังเป็นวัดที่ถือว่ามีความสำคัญมากสำหรับคนพื้นถิ่น และเป็นศูนย์รวมจิตใจของผู้คนหลายเชื้อชาติที่อาศัยอยู่ในอำเภอสังขละบุรี ทั้งชาวไทย และกะเหรี่ยง โดยเฉพาะสำหรับชาวไทยเชื้อสายมอญ ที่เปรียบหลวงพ่ออุตตมะเป็น “เทพเจ้าแห่งชาวมอญ” วัดวังก์วิเวการาม จึงเกิดจากพลังศรัทธาที่มีต่อหลวงพ่อ และเป็นวัดที่เคยเป็นที่จำพรรษาของ “หลวงพ่ออุตตมะ” วัดจึงเป็นเสมือนตัวแทนหลวงพ่อ และเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์สำหรับชาวมอญ ในการประกอบพิธีกรรมตามประเพณีของมอญ และจัดงานอื่นๆ เช่นช่วงเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี จะมีการจัดงานคล้ายวันเกิดของหลวงพ่ออุตตมะ มีงานกิจกรรมต่างๆ พิธีกรรมทางศาสนา งานแข่งขันชกมวยคาดเชือก การแสดงวัฒนธรรมท้องถิ่น เช่นการรำแบบมอญ การรำตงของชาวกะเหรี่ยง และมีการแต่งกายตามแบบวัฒนธรรมชาวไทยรามัญ

wat-wang-wiwekaram

สะพานมอญ – มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า สะพานอุตตมานุสรณ์​ เป็นสะพานไม้ข้ามแม่น้ำซองกาเลียไปยังหมู่บ้านมอญ ถือเป็นสะพานไม้ที่ยาวที่สุดในประเทศไทย และเป็นอันดับสองของโลกรองจากสะพานไม้อูเบ็งในพม่า และเป็นสัญลักษณ์ของอำเภอสังขละบุรี เป็นสะพานแห่งศรัทธา ที่เกิดจากการร่วมแรงร่วมใจของชุมชนที่อาศัยอยู่ในสังขละบุรี ทุกปีจะมีนักท่องเที่ยวมาสัมผัสธรรมชาติ พร้อมๆ กับการได้เห็นวิถีชีวิตชุมชนชาวมอญในแถบนี้ สิ่งที่ห้ามพลาดอีกอย่างหนึ่งก็คือการได้ถ่ายรูปเป็นที่ระลึก กับสะพานที่เสมือนเป็นสายใยวัฒนธรรมของชาวมอญและไทยในดินแดนสุดขอบประเทศแห่งนี้

การเที่ยวชมสะพานมอญ ควรแวะเดินชมตั้งแต่เช้า โดยเฉพาะช่วงเวลา 6.00 – 7.00 น. เป็นช่วงที่ได้เห็นวิถีชีวิตชาวมอญ ใส่บาตรพระทุกเช้า หากนักท่องเที่ยวต้องการใส่บาตร ก็มีอาหารขายบริเวณหมู่บ้านมอญ สายๆ หากเดินข้ามฝั่งไปยังหมู่บ้านมอญ ก็สามารถเที่ยวชมบ้านเรือนในแบบชาวมอญ ซื้อของที่ระลึก หรือจะแวะชิมขนมจีนน้ำยาหยวกกล้วย ที่เป็นอาหารพื้นบ้านชาวมอญก็ได้

wooden-mon-bridge

ด่านเจดีย์สามองค์ – หรือที่เคยรู้จักกันในชื่อ “หินสามกอง” เป็นจุดบอกเขตผ่านทาง พรมแดนไทย – พม่า ในแนวเขาตะนาวศรี ปัจจุบันบริเวณด่านเจดีย์สามองค์ นอกจากจะเป็นเส้นทางผ่านพรมแดนไทย – พม่า แล้ว ยังมีตลาดที่เป็นจุดแลกเปลี่ยนซื้อขายสินค้าที่สำคัญหลายชนิด ตั้งอยู่ที่ตำบลหนองลู เป็นเขตสิ้นสุดชายแดนฝั่งตะวันตกของไทย อยู่ห่างจากตัวจังหวัดกาญจนบุรี ประมาณ 215 กิโลเมตร บริเวณด่านมีเจดีย์ 3 องค์ ตั้งเรียงกันในแนวยาว ลักษณะเป็นเจดีย์ฐานแปดเหลี่ยม ด้านบนเป็นทรงกลม ยอดแหลม มีสีขาวขนาดไม่ใหญ่นัก ในอดีตเป็นเพียงกองหินที่ชาวบ้านนำมาวางไว้สักการะเพื่อความเป็นสิริมงคล ก่อนเดินทางผ่านไปยังพม่า จนกระทั่งปี พ.ศ. 2472 พระศรีสุวรรณคีรี เจ้าเมืิองสังขละบุรี นำชาวบ้านมาช่วยก่อให้เป็นเจดีย์แทน เจดีย์สามองค์จึงเหมือนเป็นสัญลักษณ์ของจุดข้ามพรมแดน เชื่อว่าในคริสต์ศตวรรษที่ 3 พระสงฆ์ชาวอินเดียได้เดินทางผ่านพรมแดนนี้เข้ามาเผยแผ่พระพุทธศาสนาในไทย และยังเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญในอดีต ที่กองทัพพม่ายกทัพเข้ามาในประเทศไทยเป็นครั้งแรก เพื่อไปตีอยุธยา ในศึกสงครามพระเจ้าตะเบ็งชเวตี้ เมื่อปี พ.ศ. 2091

นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวที่ด่านเจดีย์สามองค์ สามารถแวะชมและซื้อของฝากตามร้านค้าที่อยู่บริเวณด่าน มีสินค้าหลายอย่างที่มาจากฝั่งพม่า เช่น เครื่องประดับ จำพวกพลอย หยก หินสี เฟอร์นิเจอร์ไม้ ชุดโต๊ะเก้าอี้ เครื่องไม้ตกแต่งบ้าน เครื่องประทินผิวของพม่า เช่นแป้งทานาคา ผ้าโสร่ง ต้นไม้ป่า กล้วยไม้ป่าจากพม่า นอกจากนี้นักท่องเที่ยวยังสามารถทำใบผ่านแดนเข้าไปในพม่าได้ภายใน 1 วัน เพื่อเข้าไปชมเมืองพญาตองซูในประเทศพม่า ที่ห่างจากบริเวณด่านไปเพียง 3 กิโลเมตร

three-pagodas-pass

ล่องแก่งแม่น้ำซองกาเลีย – แม่น้ำซองกาเลีย หนึ่งสายน้ำแห่งสังขละบุรี มีต้นน้ำมาจากผืนป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ไหลเรื่อยมาเป็นน้ำตกตะเคียนทองและรวมกับสายน้ำโรคี่ รวมกันเป็นแม่น้ำซองกาเลียและไหลลงสู่อ่างเก็บน้ำเขื่อนเขาแหลมในเขตอำเภอสังขละบุรี ด้วยสายน้ำที่ใสสะอาด ผ่านป่าที่อุดมสมบูรณ์ ไหลลัดเลาะเกาะแก่งต่างๆ มากมาย ที่ท้าทายนักล่องแก่งมือใหม่ให้มาสัมผัสความตื่นเต้นเร้าใจกับสายน้ำแห่งนี้แต่ละแก่งจะเป็นแก่งที่มีโขดหินน้อยใหญ่จมอยู่ใต้ผืนน้ำ หรืออาจโผล่ขึ้นมาให้เป็นแก่งมันส์ๆ ในบางช่วง กระแสน้ำไม่รุนแรงจนเกินไปนัก ระดับความยากง่ายอยู่ที่ ระดับ 1–4 ยาก-ง่าย สลับกันไป อาจรุนแรงบ้างบางครั้งในฤดูฝน ขึ้นอยู่กับปริมาณน้ำในแต่ละปี รวมระยะทางประมาณ 20 กม. ใช้เวลาสนุกบนสายน้ำประมาณ 2.5 –3 ชม. ซึ่งจะช้าหรือเร็วนั้นขึ้นอยู่กับกระแสน้ำในแต่ละฤดูด้วย

ช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับล่องแก่งเรือยาง คือ ปลายเดือนมิถุนายน – ปลายเดือนตุลาคม ส่วนแพไม้ไผ่จะเหมาะในช่วงหน้าแล้ง ตั้งแต่เดือน พฤศจิกายน – พฤษภาคม เป็นการล่องสายน้ำเดียวกัน ดังนั้นความมันส์และความสนุกไม่แพ้กันเลย

2782

เมืองบาดาล – วัดใต้น้ำ หรือวัดจมน้ำ คือวัดวังก์วิเวการามเดิม ซึ่งกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ถือว่าเป็น Unseen Thailand เพราะมีความแปลกที่มีซากโบราณสถานจมอยู่ใต้น้ำ เป็นสถานที่เล่าขานถึงตำนานความเป็นมาของวัดหลวงพ่ออุตตมะ จนหลายคนเรียกกันว่าเมืองบาดาล นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวในช่วงฤดูร้อน ตั้งแต่ประมาณเดือนมีนาคม – เมษายน เป็นช่วงหน้าแล้ง น้ำหลังเขื่อนลดลงมาก จะสามารถเดินเข้าไปเยี่ยมชมโบสถ์เก่าได้ ณ บริเวณสามประสบ ส่วนคนที่มาเที่ยวช่วงปลายฝนต้นหนาว ตั้งแต่ประมาณตุลาคม – มกราคม อาจจะได้เห็นแค่บางส่วนของตัวโบสถ์ที่โผล่พ้นน้ำ หรือบางทีก็จมน้ำเป็นเมืองบาดาล จะมีให้เห็นก็เพียงแต่ยอดหอระฆังเดิมเท่านั้นที่สูงพ้นน้ำ

Underwater Temple, It's old Wang Wiwekaram Temple, Kanchanaburi *** Local Caption *** วัดใต้น้ำ คือ วัดวังก์วิเวการามเก่า จังหวัดกาญจนบุรี

วางแผนเดินทาง

วันที่ 1 กรุงเทพฯ – อุทยานฯทองผาภูมิ (ประมาณ 340 กิโลเมตร) ถึงกาญจนบุรี เที่ยวสะพานข้ามแม่น้ำแคว ปราสาทเมืองสิงห์ น้ำตกไทรโยคน้อย ก่อนเข้าสู่ตัวอำเภอทองผาภูมิ ซื้อหาเสบียงให้พร้อมแล้วขึ้นไปเที่ยวอุทยานฯทองผาภูมิ

วันที่ 2 อุทยานฯทองผาภูมิ – สังขละบุรี (ประมาณ 145 กิโลเมตร) ไปชมวิวที่เนินเสาธง แวะชมหมู่บ้านอีต่อง ถ้าใช้รถขับเคลื่อนสี่ล้อ ขอแนะนำว่าควรไปเที่ยวน้ำตกจ๊อกกระดิ่น ก่อนกลับลงมาที่อำเภอทองผาภูมิ เพื่อมุ่งหน้าไปอำเถอทองผาภูมิ เพื่อมุ่งหน้าไปอำเภอสังขละบุรี แวะน้ำตกเกริงกระเวีย เที่ยวสะพานมอญ

วันที่ 3 เที่ยวรอบสังขละบุรี ถ้ามาเที่ยวในช่วงวันพระใหญ่ (ขึ้น 15 ค่ำ) จะเห็นชาวมอญแต่งชุดประจำชาติเดินทางไปทำบุญที่วัด เป็นภาพที่งดงามจากนั้นล่องเรือในทะเลสาบเขื่อนเขาแหลมมเมืองบาดาล แล้วมาสักการะหลวงพ่ออุตตมะที่วัดวังก์วิเวการาม ถ้ายังมีเวลาพอก็ไปล่องแก่งด้วยแพไม้ไผ่บนลำน้ำซองการเลีย

วันที่ 4 สังขละบุรี-กรุงเทพฯ (ระยะทาง 405 กิโลเมตร) เดินทางกลับกรุงเทพฯ

อ้างอิง : บทความนี้คัดลอกบางส่วนมาจากหนังสือแนะนำเส้นทางขับรถเที่ยว