เจาะเวลาหาอดีต ณ Provins (โปรแวงส์) เพียง 1 ชั่วโมงจากปารีส by Jae Pink ตอน 3 (จบ)

การเดินลงสู่ Down Town, ให้เราเดินกลับมาตั้งหลักบริเวณ Chatel le Dome แล้วเดินตามแผนที่ค่ะ, แผนที่สามารถขอได้ที่สถานีรถไฟค่ะ ก่อนที่จะลงจาก Upper town จะมีร้านขายสินค้าพื้นเมืองของ Provins, สิ่งหนึ่งที่อยากแนะนำก็คือ ผลิตภัณฑ์จากกุหลาบ เพราะ Provins มีชื่อเสียงด้านกุหลาบ  Rose of Provins หรือ rosa gallica officinalis ซึ่งกุหลาบจาก Provins นำมาทำยา, ขนม, เครื่องสำอางค์ ซึ่งกล่าวกันว่า Thibaud IV ท่าน Count of Champagne เป็นผู้นำพันธุ์กุหลาบมาจาก เยรูซาเร็ม

Provins 012

Cr. ภาพจาก provins.net

และถ้ามาถูกฤดูกาลแนะนำว่าควรจะมาเยี่ยมชม The Provins Rose garden ด้วยค่ะ

Provins 013

ถนนเดินทางไปสู่ Lower Town

บริเวณ Lower Town ก็มีจุดท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกหลายสถานที่  เช่น The Saint-Ayoul church, The Bell Tower of Notre-Dame-du-Val, The Sainte-Croix church และ The Fransiscan Abbey แต่เนื่องจากว่าเราไม่มีเวลามากนักและต้องรีบกลับปารีส ,บางสถานที่ได้ปิดช่วงคริสมาสต์ และ อากาศก็หนาวมากทำให้เราไม่สามารถเก็บ โปรแวงส์ได้ครบ

การเดินทางจากปารีส

ขึ้นรถไฟ ที่ gare de l’est  หากไม่ได้พักอยู่บริเวณใกล้ๆ gare de l’est ให้ซื้อตั๋วรถไฟใต้ดินขาเดียว ไปลงที่ Gare de l’est  เมื่อถึงสถานีให้ซื้อตั๋วแบบ day pass ครอบคลุม โซน 1-5 ใช้ได้ทั้ง metro, bus ในปารีส และเมืองรอบนอกรวมถึงรถเมลล์ใน Provins ได้ด้วยในราคา 16.10€, แต่ถ้าซื้อตั๋วรถไฟอย่างเดียว จะขาละ 11€ (ราคา ณ Dec 2014) ซึ่งหลังจากเที่ยว Provins แล้วยังอยากท่องราตรีในปารีสต่อก็สามารถใช้ตั๋วนี้เดินทางได้ค่ะ กรณีที่ต้องการเที่ยวไปกลับใน 1 วัน

Tips:

1.หากมาฤดูอื่นที่ไม่ใช่ฤดูหนาว จากสถานีรถไฟจะเดินจาก Lower Town ไป Upper Town ก็ได้ค่ะ จะได้ไม่ต้องเสียเวลารอรถเมลล์ , แต่ช่วงที่ไปนั้นเนื่องจากว่าหนาวจนปวดกระดูก คือ -1 C เป็นอุณหภูมิสูงสุดของวันนั้น + ลมทำให้ feel like -10C พวกเราจึงตัดสินใจรอรถเมลล์กันทำให้เสียเวลารอไปเกือบ 1 ชั่วโมงค่ะ

2.ถ้ามาฤดูร้อน หรือ ใบไม้ผลิ แนะนำว่าน่าจะนอนค้างคืนที่ Provins นะคะ จะได้เดินเที่ยวเก็บให้ทั่วเลย

3.ที่ Provins นี้แม้แต่เจ้าหน้าที่สถานีรถไฟ หรือ ผู้คนส่วนใหญ่จะพูดภาษาอังกฤษไม่ได้ คือ เค้าเห็นหน้าพวกเราพูดภาษาอังกฤษ เค้าจะปฏิเสธไว้ก่อน แต่อย่าไปเข้าใจผิดว่าเค้าไม่มีน้ำใจ เจ้พิ้งว่ามันเป็นบุคลิกของชาวฝรั่งเศสมั้งคะ , ถ้าเค้าไม่มั่นใจเค้าจะปฏิเสธทันที คงเหมือนกับคนไทยที่ไม่รู้อะไรก็ยิ้มไว้ก่อน ฝรั่งก็งงเหมือนกันค่ะ ฮ่าๆๆ ดังนั้นการเดินทางในฝรั่งเศสเราควรจะเตรียม ภาษาฝรั่งเศสในชีวิตประจำวันไปแบบง่ายๆ เช่น การถามถึงสถานีรถไฟ หลังจากนั้นก็ภาษาใบ้เอา ซึ่งสิ่งเหล่านี้ในมุมมองของเจ้พิ้งก็คือ กำไรจากการเดินทาง , การรู้จัก และ เข้าใจคนท้องถิ่น ที่ไปกับทัวร์ไม่มีทางได้สัมผัสค่ะ

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Provins

ลองเรียนรู้ดูนะคะแล้วจะพบว่ามันสนุกมาก ☺

บทความชุดนี้มี 3 ตอน