หุบเขาอำเภอปัว น่าน และ สวิตเซอร์แลนด์เมืองไทย เข้าค้อ เพชรบูรณ์

สัมผัสวิถีง่ายงาม ในเมืองโรแมนติก กลางหุบเขา อำเภอปัวน่าน

ชีวิตยามเช้าของชาวปัวเองก็มีเสน่ห์ไม่แพ้เมืองไหนๆ ความเรียบง่ายตามวิถีชนบทมีให้เห็นอยู่ทั่วไป

travel_005

ในความเงียบสงบบนถนนสายหนึ่งสองข้างทางถูกโอบล้อมด้วยขุนเขาและท้องฟ้าสีครามมุ่งหน้าสู่เมืองเล็กๆที่เต็มไปด้วยวัฒนธรรมทุ่งข้าวกองฟางและรอยยิ้มของผู้คน

บางคนกล่าวไว้ว่าสำหรับเมืองปัวถ้าไม่ตั้งใจไปจริงก็จะไปไม่ถึงแต่หากไปแล้วก็จะคิดถึงตลอดไป อำเภอปัวตั้งอยู่ในจังหวัดน่านจังหวัดที่ไม่ใช่ทางผ่านสู่เมืองท่องเที่ยวสำคัญทางภาคเหนือหากแต่เป็นที่ที่มีธรรมชาติงดงามมีวัฒนธรรมชาวไทลื้อวัดวาอารามเก่าแก่ชุมชนที่ยังเต็มไปด้วยความบริสุทธิ์ของรอยยิ้ม และผู้คนใครที่ได้เข้าไปสัมผัสก็ยากที่จะลืม…บนเส้นทางเขียวขจีของจังหวัดน่านสู่อำเภอปัวมีความเป็นมาที่น่าประทับใจเดิมเป็นอาณาจักรเล็กๆของล้านนาและเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของชาวไทลื้อมาหลายร้อยปีมีความอุดมสมบูรณ์ของผืนดินและแหล่งน้ำวัฒนธรรมชาวไทลื้อคือการทอผ้าลายน้ำไหลล้วนสะท้อนคติความเชื่อฝีมือเชิงช่างและจินตนาการทางศิลปะของชุมชนชาวไทลื้อได้อย่างดี

ชีวิตยามเช้าของชาวปัวเองก็มีเสน่ห์ไม่แพ้เมืองไหนๆ ความเรียบง่ายตามวิถีชนบทมีให้เห็นอยู่ทั่วไป โดยเฉพาะกาดเช้าชาวบ้านนำของมาขายพืชผักท้องถิ่นตามฤดูกาลยอดฟักทอง ตำลึง ผักฮาก ผักหวาน รวมถึงอาหารพื้นบ้านไม่ว่าจะเป็นตำขนุน ตำเตา ส่ามะเขือแจ้ แอบอ่อง ออหมู บรรยากาศยามเช้าจึงดูสดชื่นและมีชีวิตชีวาตั้งแต่ฟ้ายังไม่สางด้วยความน่ารักของวิถีความเป็นอยู่แบบชุมชนผสานกับดินแดนแห่งขุนเขาที่งดงามทำให้เมืองเล็กๆแห่งนี้กลายเป็นเมืองที่อยู่ในใจของใครหลายคนที่เคยไปสัมผัส

อร่อยประจำถิ่น

  • แวะตลาดเช้าแล้วถามหา “แกงก้าม” อาหารพื้นบ้านแท้ๆ ของชาวน่านปรุงโดยหมูสามชั้นนำไปแกงกับน้ำพริกทางเหนืออาหารอีกชนิดหนึ่งอยากให้ลองแต่อาจจะหารับประทานได้ยากคือ “ยำหนัง” เป็นการนำเอาหนังวัวหรือควายตากแห้งมาเผาให้สุกหั่นเป็นชิ้นบางๆ แล้วนำไปแช่น้ำจนนุ่มก่อนนำมาคลุกกับพริกป่นแล้วปรุงด้วยเกลือและโรยหน้าด้วยผักไผ่ที่มีกลิ่นหอมยั่วน้ำลายยิ่งนัก

รู้ก่อนเดินทาง

  • เมื่อเดินทางถึงอำเภอปัวถ้าอยากเห็นของแปลก 1 ใน Unseen Thailand ก่อนถึงตัวอำเภอเล็กน้อยมีทางแยกเข้าสู่วัดปรางลองเลี้ยวเข้าไปดู “ต้นดิกเดียม” พรรณไม้อัศจรรย์ที่คล้ายมีอารมณ์ขันเพราะใบไม้จะสั่นไหวระริกทุกครั้งยามถูกคนสัมผัส

ขับรถชมทะเลหมอกในดินแดนที่ได้ชื่อว่าสวิตเซอร์แลนด์เมืองไทย เขาค้อเพชรบูรณ์

บรรยากาศยามเช้าเป็นภาพที่เต็มไปด้วยสายหมอกลอยอ้อยอิ่งที่ปลายขอบฟ้าอากาศเย็นสบายชื่นใจ

travel_006

สำหรับคนที่ชื่นชอบความงามของภูมิประเทศที่โอบล้อมไปด้วยขุนเขาสองข้างทางเป็นทุ่งนาเขียวขจีขับรถเปิดหน้าต่างต้อนรับอากาศเย็นสบายที่ปกคลุมไปด้วยสายหมอกเขาค้อคือจุดหมายที่ใครก็ฝันถึง

เขาค้อ คือเส้นทางแห่งความสุขที่เพิ่มความสดชื่นและความหอมหวานให้กับชีวิตดินแดนที่ห้อมล้อมไปด้วยทะเลภูเขาหญ้าสลับซับซ้อนมียอดเขาย่าเป็นภูเขาสูง 1,290 เมตรสูงที่สุดของเขาค้อ ไม่ว่าฤดูไหนเขาค้อก็มีอากาศที่เย็นสบายตลอดปีโดยเฉพาะช่วงฤดูหนาวที่กลางคืนมีอุณหภูมิเฉลี่ย 3 – 5 องศาจึงทำให้บรรยากาศยามเช้าเป็นภาพที่เต็มไปด้วยสายหมอกลอยอ้อยอิ่งปลายขอบฟ้าอากาศเย็นสบายสดชื่นยามเย็นชมพระอาทิตย์ตกดินทอแสงสีแดงชมพูอาบทะเลภูเขาแห่งนี้ด้วยความงดงามของขุนเขาและทะเลหมอกเขาค้อจึงเป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับขับรถเที่ยวเลียบเลาะได้ตั้งแต่อำเภอเมืองตามถนนสายเพชรบูรณ์ – หล่มสัก

แวะเที่ยวเนินมหัศจรรย์ ณ กิโลเมตรที่ 17 – 18 เพียงจอดรถนิ่งๆ แล้วปลดเกียร์ว่างรถจะไหลถอยหลังขึ้นเนินสูงอย่างน่าอัศจรรย์ ขับรถไปไม่นานแวะพักจิบกาแฟสดหรือดื่มน้ำเสาวรสคั้นสดๆ จากไร่ที่จุดชมวิวและตลาดพืชผลทางการเกษตรตลอดเส้นทางและบริเวณกิโลเมตรที่ 5 ของถนนหลวงหมายเลข 2325 มีสถานที่พักผ่อนที่สวยที่สุดของเขาค้อคืออ่างเก็บน้ำรัตนัยซ่อนตัวอยู่บรรยากาศของทะเลสาบผืนเล็กมีวิวของท้องฟ้าและขุนเขาน้อยใหญ่เป็นฉากหลังยามพระอาทิตย์อัสดงงดงามและโรแมนติกอย่าบอกใคร

อร่อยประจำถิ่น

  • มาเที่ยวเขาคอแล้วอย่าพลาดชิมน้ำเสาวรสคนสดๆ หวานชื่นใจแวะซื้อผลเสาวรสสดๆ ในราคาแสนถูกที่วางขายอยู่หน้าไร่หรือตลาดพืชผลทางการเกษตร

รู้ก่อนเดินทาง

  • เขาค้อในฤดูร้อน – อากาศสดใสท้องฟ้าสีครามภูเขาหญ้าสีเหลืองทอง
  • เขาค้อในฤดูฝน – สองฝั่งถนนห่อหุ้มไปด้วยสีเขียวละลานตาอากาศสดชื่นแจ่มใส
  • เขาค้อในฤดูหนาว – ปิดแอร์เปิดหน้าต่างรับลมเย็นและสายหมอกสูดอากาศบริสุทธิ์ และภูเขาหญ้าที่กำลังจะเปลี่ยนสีจากเขียวเป็นสีเหลืองทอง

อ้างอิง : บทความนี้คัดลอกมาจากบางส่วนของหนังสือคู่มือท่องเที่ยว 102 ที่เที่ยวออกรส